รีวิว Gadget 2026 รวม 3 ไอเทมเปลี่ยนชีวิตที่ “ฉลาด” จนน่ากลัว พร้อมเจาะลึกข้อดี-ข้อเสีย

Gadget

สวัสดีปี 2026 ครับ ปีนี้วงการเทคโนโลยีไม่ได้แข่งกันแค่สเปกแรงหรือกล้องชัดอีกต่อไป แต่สมรภูมิได้ย้ายไปอยู่ที่ “ความฉลาดของ AI” และ “การใช้งานที่ไร้รอยต่อ” (Seamless Experience)

วันนี้ผมคัดเลือก 3 Gadget ตัวตึงที่เพิ่งเปิดตัวและกำลังเป็นกระแสร้อนแรงที่สุดในช่วงต้นปีนี้มารีวิวให้ดูกัน ว่าตัวไหนคือ “ของจริง” และตัวไหนที่ยังมีจุดที่ต้องพิจารณา

1. Samsung Galaxy S26 Ultra: เมื่อมือถือกลายเป็น “ร่างทรง” ของ AI

หลังจากที่ Galaxy S24 และ S25 ปูทางเรื่อง AI มา ปีนี้ S26 Ultra มาพร้อมกับนิยามใหม่ “Agentic Phone” คือมือถือที่คิดและทำแทนเราได้จริงๆ ด้วยชิป Snapdragon 8 Gen 5 ที่ออกแบบมาเพื่อประมวลผล AI บนตัวเครื่อง (On-device) 100%

  • จุดเด่น: ฟีเจอร์ “Galaxy Agent” ที่ฉลาดขึ้นมาก คุณสามารถสั่งว่า “จองร้านอาหารอิตาเลียนแถวสุขุมวิท สำหรับ 4 คนเย็นวันศุกร์ แล้วส่งเทียบเชิญให้เพื่อนในกลุ่ม Line Family ด้วย” มือถือจะทำทุกขั้นตอนให้เสร็จโดยที่คุณไม่ต้องกดเข้าแอปเลย นอกจากนี้กล้องซูม 100x ปีนี้ชัดจนน่าตกใจด้วยระบบ AI Image Reconstruction
  • ดีไซน์: กรอบ Titanium เกรดใหม่ที่เบาลง แต่หน้าจอยังคงเป็นแบบ Flat Edge ที่เขียน S-Pen สนุกเหมือนเดิม
ข้อดี (Pros)ข้อเสีย (Cons)
Local AI เร็วมาก: แปลภาษา/สรุปงานได้ทันทีไม่ต้องรอเน็ตราคาดุเดือด: เปิดตัวแพงกว่ารุ่นก่อนราว 10%
กล้องคือที่สุด: ซูมไกลและถ่ายกลางคืน (Nightography) ไร้คู่แข่งชาร์จยังไม่ไวที่สุด: ยังติดอยู่ที่ 45W ในขณะที่ค่ายจีนไป 120W+ แล้ว
Software Support: การันตีอัปเดตยาวนาน 7 ปีดีไซน์เดิม: หน้าตาแทบไม่ต่างจาก S24/S25 Ultra

2. Ray-Ban Meta Smart Glasses (Gen 3): โลกความจริงที่ถูก “ซ้อนทับ”

(หมวด: Wearable / AR)

ลืมแว่นตาอัจฉริยะรุ่นก่อนๆ ไปได้เลย Gen 3 คือการก้าวกระโดดครั้งใหญ่ สิ่งที่เพิ่มมาและเปลี่ยนเกมคือ “Micro-HUD Display” ที่เลนส์ขวา ซึ่งสามารถแสดงผลข้อมูลแบบมินิมอลได้ (เช่น ลูกศรนำทาง, ข้อความเข้า, หรือคำแปลภาษาแบบ Real-time Subtitle) โดยไม่บดบังสายตา

  • จุดเด่น: ระบบเสียง Neural Audio ที่ตัดเสียงรบกวนรอบข้างได้ดีเยี่ยม ทำให้คุยโทรศัพท์หรือฟัง AI อ่านข่าวได้ชัดแม้เดินอยู่ริมถนน และกล้องมุมมองบุคคลที่หนึ่ง (POV) ที่กันสั่นดีขึ้นมาก เหมาะสำหรับชาว Content Creator สาย Vlog
  • การใช้งาน: เพียงแค่พูด “Hey Meta, มองไปที่ป้ายเมนูนี้แล้วแปลเป็นไทยให้หน่อย” คำแปลจะลอยขึ้นมาบนเลนส์แว่นทันที
ข้อดี (Pros)ข้อเสีย (Cons)
แฮนด์ฟรี 100%: ไม่ต้องก้มมองมือถือ ใช้ชีวิตได้ปลอดภัยขึ้นแบตเตอรี่: หากเปิดจอ HUD ตลอดเวลา อยู่ได้เพียง 3-4 ชม.
สไตล์: ใส่แล้วดูเหมือนแว่นกันแดดปกติ ไม่ดูเป็นหุ่นยนต์ความเป็นส่วนตัว: แม้จะมีไฟแจ้งเตือน แต่คนรอบข้างยังระแวงเรื่องถูกแอบถ่าย
AI ฉลาด: ถาม-ตอบ ข้อมูลได้ทันทีเหมือนมีสารานุกรมส่วนตัวความร้อน: ใช้งานหนักๆ ขาแว่นเริ่มอุ่นจนรู้สึกได้

3. ASUS Zenbook Duo (2026 Refined Edition) แล็ปท็อป 2 จอที่ “ลงตัว” สักที

(หมวด: Productivity Laptop)

หลังจากลองผิดลองถูกมาหลายรุ่น ปี 2026 ASUS ได้ทำแล็ปท็อป 2 จอที่สมบูรณ์แบบออกมา หน้าจอ OLED คู่ขนาด 14 นิ้ว ที่น้ำหนักรวมคีย์บอร์ดแล้ว “เบากว่า 1.3 กิโลกรัม”

  • จุดเด่น ซอฟต์แวร์จัดการหน้าจอ ScreenXpert 5.0 ฉลาดมาก มันรู้บริบทการทำงาน เช่น ถ้าเราเปิดโปรแกรมตัดต่อ จอล่างจะกลายเป็นแผงควบคุม (Control Panel) โดยอัตโนมัติ หรือถ้าประชุม Zoom จอบนเป็นวิดีโอ จอล่างเป็นสมุดจดบันทึกพร้อม AI ช่วยสรุปการประชุม
  • ความรู้สึก เหมือนพกจอมอนิเตอร์ตั้งโต๊ะไปทำงานที่ร้านกาแฟ โดยไม่ต้องแบกน้ำหนักเพิ่ม
ข้อดี (Pros)ข้อเสีย (Cons)
Productivity ปีศาจ: พื้นที่ทำงานเยอะกว่าแล็ปท็อปทั่วไป 2 เท่าคีย์บอร์ด: แป้นพิมพ์บลูทูธที่แถมมา บางจนกดไม่มันมือ
จอสวยตะลึง: OLED 3K 120Hz ทั้งสองจอ สีตรงเป๊ะกินแบต: เปิด 2 จอพร้อมกัน แบตไหลเป็นน้ำ (อยู่ได้จริงราว 5-6 ชม.)
ความยืดหยุ่น: วางแนวตั้ง (Book Mode) เพื่อเขียนโค้ดได้สะใจมากราคา: ซื้อเครื่องเดียว ได้ราคาเท่ากับซื้อแล็ปท็อปปกติ 2 เครื่อง

บทสรุป: เลือกตัวไหนดี?

  • สาย Productivity / คนทำงาน: ไป ASUS Zenbook Duo คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดในการเพิ่มประสิทธิภาพงาน
  • สาย Content / Lifestyle: Ray-Ban Meta Gen 3 คือไอเทมที่ทำให้คุณล้ำกว่าใคร และเปลี่ยนวิธีเก็บความทรงจำไปตลอดกาล
  • ิสาย All-rounder / ผู้บริหาร: Samsung Galaxy S26 Ultra คืออาวุธคู่กายที่ครบเครื่องที่สุด จบทุกงานได้ในเครื่องเดียว

ปี 2026 นี้ เทคโนโลยีไม่ได้มาเพื่อแย่งงานเรา แต่มาเพื่อเป็น “ปีก” ให้เราบินได้สูงขึ้น อยู่ที่คุณแล้วว่าจะเลือกติดปีกคู่ไหนครับ!